5 ข้อที่สำคัญในการพิจารณาเลือกใช้เครื่องพิมพ์ระบบ  Thermal Transfer และ Direct Thermal

การพิมพ์ฉลากแบบ Direct Thermal แต่เดิมนั้นเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบอุตสาหกรรมแบบแคบๆเท่านั้น เช่นอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์, สัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์นม อย่างไรก็ตามการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีกระดาษความร้อนที่มีความหลากมากยิ่งขึ้นทำให้เหมาะกับอุตสาหกรรมต่างๆ จึงทำให้หลายๆแห่งเปลี่ยนมาใช้ระบบ Thermal Transfer กันอย่างแพร่หลาย
ประการแรกสิ่งที่แตกต่างขั้นพื้นฐานระหว่างการพิมพ์แบบ Direct Thermal และการพิมพ์แบบ Thermal Transfer นั้น ในประเด็นที่ง่ายที่สุดคือ การพิมพ์แบบ Thermal Transfer จะใช้ริบบ้อนความร้อนและการพิมพ์แบบ Direct Thermal ไม่ต้องใช้ การพิมพ์แบบ Thermal Transfer คือต้องพิมพ์ผ่านหัวพิมพ์ความร้อน (Dot) โดยส่งผ่านความร้อนทางด้านหลังของริบบ้อนให้ไปละลายที่ด้านหน้าพื้นผิวของฉลาก ส่วนการพิมพ์แบบ Direct Thermal ต้องใช้หัวพิมพ์ที่ไวต่อความร้อนมาก มาพิมพ์โดยตรงกับกระดาษที่จะต้องใช้วัสดุเฉพาะ เมื่อหัวพิมพ์ถูกเลื่อนเข้ามาติดกับกระดาษที่ไวต่อความร้อนจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีในวัสดุในการสร้างภาพพิมพ์ แน่นอนว่าในปัจจุบันได้มีการพัฒนาการพิมพ์ทั้งสองระบบนี้ให้ดีขึ้น ดังรายละเอียดต้ามด้านล่างนี้
ข้อแตกต่างระหว่างการพิมพ์แบบ Thermal Transfer กับ การพิมพ์แบบ Direct Thermal เป็นเพียงขั้นตอนแรกในการประเมินสำหรับการใช้งานฉลากของบริษัทเท่านั้น ขั้นต่อมาเราจะมาพิจารณาในเรื่องคุณสมบัติและฟังก์ชั่นต่างๆของทั้งสองระบบนี้

อายุการใช้งานและค่าใช้จ่ายของหัวพิมพ์ Thermal
จากการเปรียบเทียบข้างต้นพบว่าการพิมพ์แบบ Direct thermal หัวพิมพ์จะต้องสัมผัสกับตัวฉลากโดยตรง ตรงกันข้ามการพิมพ์แบบ Thermal Transfer ที่มีแถบริบบ้อนเป็น "กันชน" ระหว่างหัวพิมพ์กับตัวฉลาก ริบบ้อนความร้อนส่วนมากได้รับการออกแบบด้วยการเคลือบด้านหลัง ทำหน้าที่เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานหัวพิมพ์โดยการลดแรงต้านและแรงเสียดทาน ประโยชน์ข้อนี้จะไม่สามารถเกิดกับการพิมพ์แบบ Direct Thermal ได้ เพราะไม่ได้ใช้ริบบ้อน ตัวฉลากจะติดอยู่กับหัวพิมพ์โดยตรง ซึ่งส่งผลให้มีการสึกหรอได้ง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับการพิมพ์แบบ Thermal Transfer นอกจากนี้ในการประยุกต์ใช้ Direct Thermal นั้น ฝุ่นและเศษขยะอาจจะปรากฎอยู่บนลาเบลได้ เนื่องจากมันอยู่ติดกับหัวพิมพ์โดยตรง และหากมีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปในหัวพิมพ์ อาจจะทำให้เกิดความเสียหายส่งผลให้คุณภาพการพิมพ์ต่ำลง หรือทำให้หัวพิมพ์สิ้กก่อนอายุการใช้งานเร็วกว่าปกติ แน่นอนว่าวัสดุสิ่งแปลกปลอมสามารถอยู่ใน Thermal Transfer ระหว่างใช้งานการพิมพ์ได้ แต่เศษจะอยู่ระหว่างฉลากและริบบ้อน (คือไม่ได้อยู่ในระบบการพิมพ์) ทำให้ลดโอกาสเกิดความเสียหายได้
จากสถานการณ์ที่อธิบายข้างต้น อายุการใช้งานของหัวพิมพ์ คาดว่าการพิมพ์แบบ Direct Thermal จะมีอายุการใช้งานน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการใช้งานการพิมพ์แบบ Thermal Transfer บริษัทควรคาดการณ์ว่า หัวพิมพ์แบบ Direct Thermal จะให้อายุการใช้งานประมาณ 25% -50% ของหัวพิมพ์แบบ Thermal Transfer ตัวอย่างเช่นถ้า บริษัท มีการพิมพ์ฉลากขนาด 6 นิ้วประมาณ 10 ล้านแผ่น อายุการใช้งานของหัวพิมพ์แบบ Thermal Transfer โดยประมาณอยู่ที่ 4,000,000 นิ้ว ดังนั้นจึงคาดการณ์ได้ว่าจะต้องเปลี่ยนหัวพิมพ์ประมาณ 15 ครั้ง ในขณะเดียวกัน หากพิมพ์ แบบ Direct Thermal คาดว่าจะต้องเปลี่ยนหัวพิมพ์ประมาณ 30-60 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณการส่งผ่านข้อมูลที่แตกต่างกันอาจจะมีค่าใช้จ่ายต่างกันและจะต้องมีการพิจารณาในการประเมินผลต่อไป

การตั้งค่าเครื่องพิมพ์และต้นทุน
การตั้งค่าของเครื่องพิมพ์ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่จะสามารถลดค่าใช้จ่ายบางส่วนได้ เครื่องพิมพ์แบบ Thermal Transfer ตามปกติจะมีความสามารถในการพิมพ์ทั้ง Thermal Transfer และ Direct Thermal หากองค์กรมีความต้องการจะพิมพ์เพียงแบบ Direct Thermal ก็มีเครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์แบบ Direct Thermal อย่างเดียวได้โดยตรง เครื่องพิมพ์เหล่านี้มักจะมีค่าใช้จ่ายน้อยเพราะมันไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ใด ๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานและการควบคุมริบบ้อน
การกำจัดริบบ้อนและส่วนประกอบฮาร์ดแวร์ยังส่งผลต่อส่วนประกอบของปริ๊นเตอร์แค่บางส่วนเท่านั้นเป็นผลในการลดค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาและหยุดทำงานน้อยกว่า นอกจากนี้ผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลกับการตั้งค่าริบบ้อนหรือการปรับเปลี่ยนที่สำคัญๆ รวมถึงการปรับปรุงและการเพิ่มประสิทธิภาพ
ขั้นตอนในการเปลี่ยนริบบ้อนความร้อนต้องปิดเครื่อง ถึงแม้จะเป็นผู้ที่ใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว ก็ยังคงต้องการเวลาหลายนาทีเพื่อเปลี่ยนริบบ้อนม้วนใหม่ ทำให้การทำงานสะดุดและทำให้เกิดค่าใช้จ่าย โดยริบบ้อนขนาดมาตรฐาน 450 เมตร จะสามารถพิมพ์ได้ฉลากความยาว 6 นิ้ว ได้ประมาณ 2,800 ฉลาก ถ้าทำงาน 20 ผลิตภัณฑ์ต่อนาที แสดงว่าเครื่องพิมพ์จะต้องหยุดการทำงานทุกๆ 2.5 ชั่วโมง มันดูเหมือนไม่มากแต่หากคำนวณที่ 20 ชั่วโมงต่อวันในการผลิตโดยเฉลี่ย ผลลัพธ์คือ เราต้องหยุดงานเกินกว่า 144 ชั่วโมงสำหรับการเปลี่ยนม้วนริบบ้อน

การเลือกสิ่งพิมพ์แล้ะต้นทุน
ประเภทเฉพาะของสิ่งพิพม์ที่ใช้กับ Direct Thermal มักจะนำมาใช้ประกอบการพิจารณาน้อยที่สุด แต่มีแนวโน้มที่สำคัญที่สุด ไม่เพียงจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนของฉลากเท่านั้น แต่ก็จะส่งผลกระทบต่ออายุการใช้งานของหัวพิมพ์ด้วย อีกทั้งความเร็วในการพิมพ์และคุณภาพการพิมพ์สิ่งเหล่านี้เป็นข้อพิจารณาที่สำคัญที่อาจจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ดังที่ระบุไว้ข้างต้นหัวพิมพ์และฉลากจะอยู่ติดกันโดยตรงในระหว่างขั้นตอนการพิมพ์ ดังนั้นสิ่งพิมพ์จะทำหน้าที่เป็นสารกัดกร่อนโดยตรงในขณะที่มักำลังทำงานทั่วหัวพิมพ์ ถ้าฉลากที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเกินไปก็จำเป็นจะต้องเปลี่ยนหัวพิมพ์ก่อนเวลาอันควรส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น หลายคนเชื่อว่าการใช้สารเคลือบฉลากแบบ Direct Thermal เป็นทางออกที่ดีกว่าฉลากที่ไม่ได้เคลือบ มันอาจจะใช่ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉลากแบบ Direct Thermal ที่มีการเคลือบสารจะเป็นฉลากที่ดีเสมอไป ฉลากที่คุณภาพน้อยกว่าก็สามารถเคลือบได้เหมือนกับฉลากอื่นๆ ดังนั้น ฉลากที่เคลือบสารไม่ได้หมายความว่ามันจะดีกว่าฉลากที่ไม่เคลือบ เพราะความจริงแล้วผลที่ได้นั้นไม่แตกต่างกันเลย แต่การเลือกประเภทของสิ่งพิมพ์จะมีผลกับการเปลี่ยนหัวพิมพ์มากกว่าการเคลือบ
นอกจากนี้ฉลากที่แตกต่างกันจะให้ภาพที่อุณหภูมิที่แตกต่างกันซึ่งมีผลมาจากหลายประเด็นเช่น ความเร็วของการพิมพ์ หรือการตั้งค่าความร้อน การเลือกสิ่งพิมพ์ที่สามารถแสดงภาพที่เหมาะสมกับความเร็วของเครื่องพิมพ์นั้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ในขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาคุณภาพในการพิมพ์ด้วย คุณภาพการพิมพ์ไม่ดีจะส่งผลให้อาจจะไม่สามารถสแกนตัวบาร์โค้ดได้ และจะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อ ระบบ Supply Chain ร้านค้าปลีกต่างๆอาจจะมาเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มในภายหลัง การจะเปลี่ยนแปลงฉลากใหม่นั้น จำเป็นจะต้องอาศัยประสบการณ์กับตัวเลือกฉลากแบบ Direct Thermal ที่หลากหลาย และควรให้คำแนะนำที่ถูกต้องเพื่อจะนำไปสู่การทดลองใช้สิ่งพิมพ์ต่างๆต่อไป
เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายโดยตรงที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสิ่งพิมพ์ เราจะต้องเปรียบเทียบระหว่างค่าฉลากแบบ Thermal Transfer บวกกับ ค่าริบบ้อนแบบ Thermal Transfer กับค่าใช้จ่ายของสิ่งพิมพ์ของ Direct Thermal การพิมพ์ที่ไม่ต้องใช้ริบบ้อนแน่นอนว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในตัวริบบ้อนลงได้ แต่ค่าใช้จ่ายของฉลากแบบ Direct Thermal ก็แพงกว่า ฉลากแบบ Thermal Transfer ค่าใช้จ่ายของสิ่งพิมพ์นั้นขึ้นอยู่กับการพิมพ์ที่เกิดขึ้นจริงและการเลือกขนาดฉลากและปริมาณการสั่งซื้อซึ่งโดยปกติทั่วไปฉลากแบบ Direct Thermal จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า Thermal Transfer บวกกับค่าริบบ้อน อย่างไรก็ตามราคาที่แตกต่างกันนั้นอาจจะมีค่าต่ำสุดอยู่ที่ 5% หรือสูงถึง 50% ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังกล่าวข้างต้น


ปัจจัยที่จำเป็นในการยืดอายุการใช้งานฉลาก
ปัจจัยแวดล้อมสำหรับการยืดอายุการใช้งานตัวฉลากนั้น ให้กลับไปพิจารณาที่ข้อแตกต่างระหว่างฉลากแบบ Direct Thermal กับ Thermal Transfer กล่าวคือฉลากแบบ Direct Thermal จะไม่ได้มีอายุการใช้งานที่เหมือนกับฉลาก Thermal Transfer ดังนั้นองค์กรควรจะต้องทราบถึงปัจจัยต่างๆที่จำเป็นต่ออายุการใช้งานของฉลากก่อนที่จะตัดสินใจใช้ ฉลากแบบ Direct Thermal
หากสินค้านั้นถูกระบุว่าอาจจะอยู่ใน Supply Chain ซึ่งอาจจะเก็บไว้เป็นเวลานาน หรือในสภาวะที่พิเศษ เช่นต้องถูกแสงแดดโดยตรง หรือโดนสารเคมี ฉลากที่ใช้ควรจะเป็น Thermal Transfer ตัวอย่างเช่นวัสดุก่อสร้างมักจะไม่มีการป้องกันและเก็บไว้นอกบ้าน ไม่เหมาะสำหรับฉลากแบบ Direct Thermal ถ้าข้อมูลบนฉลากเป็นสิ่งสำคัญมากและจะต้องสามารถอ่านได้และมีระยะเวลาในการใช้งานไม่แน่นอน ตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ยาหรือวัสดุที่เป็นอันตราย รายการเหล่านี้มีแนวโน้มที่ควรใช้แบบ Thermal Transfer ในการพิมพ์เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้เป้นเวลานาน
ตรงกันข้ามถ้าผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานสั้น ในระบบ Suppy Chain และไม่ได้สัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย Direct Thermal จะเป็นทางเลือกที่ดี ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เช่น เนื้อสด ผลิตภัณฑ์จากนมและพัสดุที่จัดส่ง ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบเพื่อความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่นควรใช้ Direct Thermal ในด้านที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ ตัวอย่างเช่น ความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วยสามารถมีความเสี่ยงได้ถ้าข้อมูลส่วนบุคคลใช้แบบการปริ๊นผ่านริบบ้อน ได้นำไปสู่การใช้งานที่เพิ่มขึ้นของฉลากแบบ Direct Thermal ตามใบสั่งแพทย์และสายรัดข้อมือผู้ป่วย


พิจารณาสภาพแวดล้อม
ในห้าปีที่ผ่านมา หัวข้อนี้จะไม่ได้รับการพิจารณาหรือการให้ความสำคัญ แต่ปัจจุบันนี้การลดการใช้คาร์บอนและการลดของเสียเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มันได้กลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับหลาย ๆ องค์กร การลดของเสียและลดการใช้คาร์บอนให้ได้มากขึ้นเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจของบริษัท และในบางกรณีใช้ในการแข่งขันของริบบ้อนแบบ Thermal ซึ่งใช้โพลีเป็นสารประกอบหนึ่งในการผลิต ในการขุดเจาะน้ำมันดิบการลดการใช้ริบบ้อนสามารถสร้างภาพลักษณ์ในแง่บวกให้กับบริษัท การใช้ริบบ้อนเมื่อเราใช้หมดแกนก็ต้องทิ้งซึ่งจะทำให้เพิ่มปริมาณน้ำเสียของบริษัท เทคโนโลยี Direct Thermal จะช่วยลดการใช้หมึกความร้อนและดังนั้นจึงช่วยขจัดของเสียที่สร้างขึ้นได้

หน้าสุดท้ายของบทความนี้ให้ภาพรวมของข้อดีและข้อเสียที่สัมพันธ์กันของเทคโนโลยี Direct Thermal กับเทคโนโลยี Thermal Transfer มันอาจจะไม่ครอบคลุมสำหรับการใช้งานของทุกคน แต่มันจะสามารถให้ตีกรอบการประเมินสำหรับองค์กรได้

ชนิดของฉลาก

กระบวนการ

ข้อได้เปรียบ

ข้อเสียเปรียบ

Thermal Transfer

Thermal Transfer เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบหัวพิมพ์ (จุด) ความร้อนด้านหลังของผ้าหมึกคาร์บอนที่ใช้ในการถ่ายโอนคาร์บอนลงบนสื่อเป็นภาพพิมพ์

- ภาพที่พิมพ์ออกมาสามารถเก็บไว้ได้นาน

- ภาพที่พิมพ์ออกมาสามารถทนความร้อน

  และแสงแดดได้

- มีริบบ้อนที่เป็นสี

- หัวพิมพ์จะมีอายุการใช้งานที่นาน

- มีวัสดุฉลากให้เลือกหลายประเภท

- วัสดุบางชนิดสามารถทนทาน

  ต่อสารเคมีได้ดี

- ต้องมีการเปลี่ยนริบบ้อน

- การที่มีสารเคมีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพิมพ์

  หมายความว่าจะต้องใช้เวลาในการหยุดงาน

  มากขึ้น

  และอาจจะมีการเสีย

- คุณภาพในการพิมพ์อาจจะลดลง

  หากตัวฉลากกับริบบ้อนไม่สามารถเข้ากันได้

- ถ้าหากใช้ริบบ้อนผิดประเภทอาจจะ

  ทำให้เกิดปัญหาในการพิมพ์

Direct Thermal

Direct Thermal คือสื่อความร้อนที่สำคัญและทำปฏิกิริยากับองค์ประกอบหัวพิมพ์ความร้อน (จุด) เพื่อสร้างภาพ ไม่จำเป็นต้องใช้ ริบบ้อนแบบ Thermal

- ใช้งานง่าย ไม่ต้องใส่ริบบ้อน หรือ

  ไม่ต้องแก้ปัญหาเกี่ยวกับริบบ้อน

- ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับรอยย่นของริบบ้อน

- ไม่ต้องประสบปัญหาทางด้านกลไกต่างๆ

  รวมทั้งกลไกริบบ้อน

- ลดสต๊อกของในคลังสินค้า

  เพราะไม่ต้องสต๊อกริบบ้อน

- ขจัดปัญหาเรื่องฉลากกับริบบ้อน

  ไม่เข้ากัน

- ไม่ต้องระสบปัญหาการกำจัดริบบ้อน

- ความเร็วในการพิมพ์ต่ำ

- อายุการใช้งานของหัวพิมพ์น้อย

- กระดาษจะเหลืองลงหากเก็บไว้นาน

- กระดาษจะดำมากหาก โดนแสงแดดหรือ

  โดนความร้อนมากเกินไป

- พื้นผิวพิเศษ (เช่นแผ่นฟิล์ม) อาจมีราคาแพง

- มีวัสดุให้เลือกน้อย

- ความทนทานต่อสารเคมีต่ำ